Breaking News

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

อาเซียน  (ASEAN)  ประกอบด้วย   10 ประเทศ  ได้แก่  ไทย  สิงคโปร์  อินโดนีเซีย  มาเลเซีย  ฟิลิปปินส์  บรูไน  เวียดนาม  ลาว  พม่า  กัมพูชา  เมื่อเดือนตุลาคม  2546  ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน  ที่เรียกว่า  ข้อตกลงบาหลี  2  เห็นชอบให้จัดตั้ง  ประชาคมอาเซียน  (ASEAN  Community)  คือการให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2563  แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จปี พ.ศ. 2558  เนื่องจากแข่งขันรุนแรง  เช่น  อัตราการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจีนและอินเดียสูงมากในช่วงที่ผ่านมา  ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่  14  ที่ชะอำ  หัวหิน  เมื่อวันที่ 1  มีนาคม  2552  ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองปฏิญญาชะอำ  หัวหิน  ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน  (ค.ศ.2009 – 2015)  เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558  ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา

1. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (ASEAN  Security  Community – ASC)  มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ  มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง  ระหว่างกันได้ด้วยดี  มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน  มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ๆ  เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง

2. ประชาคมเศรษฐกิจพอเพียง  (ASEAN  Economic  Community – AEC)  มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ   และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน  อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง  และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ  ได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียนโดย

(1) มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของ  สินค้า  บริการ  การลงทุน  เงินทุน  การพัฒนาทางเศรษฐกิจ  และการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี  2020

(2) ทำให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว  (single  market  and  production  base)

(3) ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน

(4) ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหาภาคตลาดการเงินและตลาดทุน  การประกันภัยและภาษีอากร  การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม   พัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมาย   การเกษตร  พลังงาน  การท่องเที่ยว  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน

 

กลุ่มสินค้าและบริการนำร่องที่สำคัญ  ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน  คือ สินค้าเกษตร / สินค้าประมง / ผลิตภัณฑ์ไม้ / ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่งทด / ยานยนต์ / อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ  (e-ASEAN) / การบริการด้านสุขภาพ,  ท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน)  กำหนดให้ปี พ.ศ. 2558  เป็นปีที่เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ  โดยผ่อนปรนให้กับประเทศ  ลาว  กัมพูชา  พม่า  และเวียดนาม

ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ทำ Roadmap  ทางด้านท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ  (การบิน)

3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  (ASEAN  Socio – Cultural  Community – ASCC)  เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร  มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี  และมีความมั่นคงทางสังคม

                        ประโยชน์ที่ไทยได้รับคืออะไร

  1. ประชากรเพิ่มเป็น  600  ล้านคน  โดยประมาณ   ทำให้เพิ่มศักยภาพในการบริโภค  เพิ่มอำนาจการต่อรองในระดับโลก
  2. Economy  Scale  ยิ่งผลิตมาก  ยิ่งต้นทุนต่ำ
  3. มีแรงดึงดูดเงินลงทุนที่อยู่นอกอาเซียนสูงขึ้น
  4. สิบเสียงย่อมดังกว่าเสียงเดียว

ผลกระทบมีอะไรบ้าง

  1. 1.การศึกษาในภาพใหญ่ของโลก  มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง  ต้องไม่ให้การเปลี่ยนแปลงนี้มากระชากลากเราไปอย่างทุลักทุเล   เราต้องเตรียมความพร้อมทันที  ตลอดเวลา  โดยเฉพาะบุคลากรต้องตามให้ทันและยืดหยุ่นปรับตัวให้รับสถานการณ์ได้
  2. ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษากลางของ ASEAN  บุคลากรและนักศึกษา  ต้องเพิ่มทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้สามารถสื่อสารได้
  3. ปรับปรุงความเข้าใจทางประวัติศาสตร์  เพื่อลดข้อขัดแย้งในภูมิภาคอาเซียน (Conflict Management)   จึงต้องคำนึงถึงการสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง  ASEAN               ให้มากขึ้น
  4. สร้างบัณฑิตให้สามารถแข่งขันได้ใน  ASEAN  เพิ่มโอกาสในการทำงาน  ไม่เช่นนั้น  จะถูกแย่งงานเพราะเกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน / บริการอย่างเสรี  คณะกรรมการวิชาชีพ  สภาวิชาชีพ  ต้องเตรียมการรองรับผลกระทบนี้อย่างเร่งด่วน
  5. โอกาสในการเป็น  Education  Hub  โดยอาศัยความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ของประเทศไทย  แต่ต้องเน้นในเรื่องของคุณภาพการศึกษาเป็นตัวนำ
  6. เราต้องการเครื่องมือในการ Transform  คน  การเรียนแบบ PBL  หรือ  Project  Based  Learning  น่าจะได้มีการวิจัยอย่างจริงจังและนำมาปรับใช้  ห้องเรียนไม่ใช่แค่ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ อีกต่อไป  ต้องเพิ่มการเรียนจากชีวิตจริง  ลงมือทำเป็นทีม  อยู่คนละประเทศก็ทำร่วมกันได้ด้วย  ไม่มีข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร  ประเด็นนี้  อาจารย์จะสอนได้ยากขึ้น  แต่เป็นผู้ที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้  แสดงว่า  อาจารย์ต้องมีความพร้อมมากกว่าเดิมและเก่งจริง ๆ

                        การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 9  เมื่อ 7 ตุลาคม 2546  ที่บาหลี  อินโดนีเซีย  ได้กำหนดจัดทำข้อตกลงร่วมกัน  (Mutual  Reconition  Arrangements : MRAs)   เกี่ยวกับคุณสมบัติของวิชาชีพหลัก แรงงานเชี่ยวชาญ  หรือผู้มีความสามารถพิเศษ  เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี  โดยจะเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2558  ในเบื้องต้น  ได้ทำข้อตกลงร่วมกันแล้ว  7  สาขา  คือ  วิศวกรรม  พยาบาล สถาปัตยกรรม  การสำรวจ  แพทย์  ทันตแพทย์  บัญชี

 

นักเรียน  นักศึกษา  ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

นักเรียน  นักศึกษา  จึงควรที่จะเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น  ภาษาอังกฤษ  สำหรับใช้ในการสื่อสาร  และการทำงาน  รวมทั้งความรู้ด้านวิชาการในแขนงต่าง ๆ   และสำหรับสาขาวิชาหลัก  ที่ได้มีการจัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกันแล้ว  7 สาขา คือ  วิศวกรรม  พยาบาล  สถาปัตยกรรม  การสำรวจ  แพทย์   ทันตแพทย์   และนักบัญชี   เป็นสาขาที่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์มาก่อน  ส่วนสาขาอาชีพอื่น ๆ  ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ดังนั้น  นักเรียน  นักศึกษา  ควรให้ความสนใจ  และวางพื้นฐานของตนเองให้ดี  มีความพร้อม  ที่จะหางานทำ  ภายหลังสำเร็จการศึกษาแล้ว  เพราะไม่เพียงแต่ทำงานในประเทศเท่านั้น  หากยังสามารถทำงานในต่างประเทศได้อีกด้วย

 

 

 

Comments are closed.