Breaking News

แผนภูมิโลกกว้างทางการศึกษาเมื่อจบชั้น ม.3

แผนภูมิโลกกว้างทางการศึกษาเมื่อจบชั้น ม.3

 

1.  ศึกษาต่อมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ  (ม.4 –ม.6)  หลักสูตร 3 ปี  ในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศกว่า  1,000  แห่ง  ซึ่งสังกัดอยู่ในหน่วยงานต่างๆ  เช่น

-  โรงเรียนของรัฐบาล  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

-  โรงเรียนสาธิต  สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย

-  โรงเรียนสาธิตสังกัดสำนักงานสภาสถาบันราชภัฎ

-  โรงเรียนเอกชน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

-  โรงเรียนที่มีสถานภาพเป็นองค์การมหาชน  ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

2.  ศึกษาต่อด้านอาชีวศึกษา

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ   (ปวช.3 ปี)  ในสถาบันการอาชีวศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา  สังกัดกรมอาชีวศึกษา  โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า  พระนครเหนือ  และวิทยาลัยช่างศิลปะ

3.  ศึกษาต่อสถานศึกษาอื่น ๆ  ได้แก่

-  โรงเรียนช่างฝีมือทหาร

-  โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ

-  โรงเรียนดุริยางค์ทหารบก

-  โรงเรียนจ่าอากาศ

-  วิทยาลัยนาฏศิลป์

-  โรงเรียนการช่างไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

-  โรงเรียนราชาพาณิชย์นาวี  (พัทยา)

-  วิทยาลัยในวัง  (หญิง)

-  วิทยาลัยในวัง  (ชาย)

 

การศึกษาต่อสายสามัญ  (ม.4-ม.6)

 

                        การศึกษาต่อของนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  แล้ว มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตัวนักเรียน  เพราะนั่นจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเส้นทางอาชีพว่าจะเดินต่อไปในทางใด  การศึกษาต่อหลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  แล้วการเข้าศึกษาต่อในสายสามัญคือ  มัธยมศึกษาปีที่ 4-6  เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นการศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาต่าง ๆ ใช้ระยะเวลาในการศึกษาตามหลักสูตรคือ  3 ปี  โดยแบ่งการศึกษาออกเป็นกลุ่มสาระต่างๆ  ตามความถนัดและความสนใจของนักเรียน  คือ

1.  กลุ่มที่เน้นการเรียนรู้ด้าน  วิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์  (วิทย์-คณิต)

2.  กลุ่มที่เน้นการเรียนรู้ด้าน  ศิลปศาสตร์-คณิตศาสตร์  (ศิลป์-คำนวณ)

3.  กลุ่มที่เน้นการเรียนรู้ด้าน  ศิลปศาสตร์-ภาษา  (ศิลป์-ภาษา)

4.  กลุ่มที่เน้นการเรียนรู้ด้าน  ศิลปศาสตร์-สังคม  (ศิลป์-สังคม)

 

คุณสมบัติ

1.  สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3  หรือเทียบเท่า

2.  เป็นโสด  ไม่จำกัดอายุ

3.  มีผลการเรียนตามที่แต่ละโรงเรียนที่กำหนด

หลักฐานในการสมัครเข้าศึกษา

1.  ใบสมัครของโรงเรียนที่จะเข้าศึกษา

2.  สำเนาทะเบียนบ้าน

3.  สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนหรือหลักฐานแสดงการจบการศึกษา ชั้น ม.3 หรือเทียบเท่า

 

โรงเรียนที่เปิดสอน

1.  โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

2.  โรงเรียนมัธยมศึกษาภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  (เช่น โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์)

3.  โรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ   สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาอุดมศึกษา

4.  โรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

 

การศึกษาต่อสายอาชีวศึกษา

นักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่  3  แล้วมีทางเลือกในการศึกษาต่อทางด้านสายอาชีพอีกทางหนึ่งนั่นก็คือศึกษาต่อในโรงเรียนอาชีวศึกษา  ซึ่งใช้เวลาในการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 3 ปี  โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  มีหน้าที่โดยตรงในการจัดการศึกษาวิชาชีพ  เพื่อพัฒนากำลังคนระดับกึ่งฝีมือ  ระดับฝีมือและระดับผู้ชำนาญการเฉพาะสาขาวิชาชีพ (ระดับเทคนิค)  ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน  สภาพเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม  สามารถเป็นผู้ปฏิบัติงานหัวหน้างานหรือเป็นผู้ประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระได้โดยเน้นการแก้ปัญหาสร้างองค์ความรู้ในอาชีพ  มีบุคลิกภาพ  คุณธรรมและเจตคติที่ดี  หลังจากศึกษาจบแล้วสามารถศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  อีก  2 ปี  หรืออาจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี  4  ปี  ก็ได้เช่นกัน

 

หลักสูตรการศึกษา                     

เปิดการศึกษาในประเภทวิชาต่างๆ  ดังต่อไปนี้

 

1.  ประเภทวิชาอุตสาหกรรม

1.1  สาขาวิชาเครื่องกล  แบ่งออกเป็น  สาขางานยานยนต์  เครื่องกลอุตสาหกรรม  เครื่องกลเรือ  เครื่องกลเกษตร  ตัวถังและสีรถยนต์

1.2  สาขาวิชาเครื่องมือกลและซ่อมบำรุง  แบ่งออกเป็น  สาขางานเครื่องมือกล  ซ่อมบำรุง  เครื่องจักรกล  เขียนแบบเครื่องกล  ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร  แม่พิมพ์พลาสติก  แม่พิมพ์โลหะ

1.3  สาขาวิชาโลหะการแบ่งออกเป็น  สาขางานเชื่อมโลหะ  อุตสาหกรรมต่อตัวถังรถโดยสาร

1.4  สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  แบ่งออกเป็น  สาขางานไฟฟ้ากำลัง  อิเล็กทรอนิกส์  โทรคมนาคม  เมคคาทรอนิกส์  เทคนิคคอมพิวเตอร์

1.5  สาขาวิชาการก่อสร้างแบ่งออกเป็น  สาขางานก่อสร้าง  โยธา  สถาปัตยกรรม  เครื่องเรือนและการตกแต่งภายใน  สำรวจ

1.6  สาขาวิชาการพิมพ์  แบ่งออกเป็น  สาขางานการพิมพ์

1.7  สาขาวิชาแว่นตาและเลนส์  แบ่งออกเป็น  สาขางานแว่นตาและเลนส์

1.8  สาขาวิชาการต่อเรือ  แบ่งออกเป็นสาขางานต่อเรือโลหะ  ต่อเรือไม้  ต่อเรือไฟเบอร์กล๊าส  นาวาสถาปัตย์  ซ่อมบำรุงเรือ

1.9  สาขาวิชาผลิตภัณฑ์ยาง  แบ่งออกเป็น  สาขางานผลิตภัณฑ์ยาง

 

2. ประเภทวิชาพาณิชยกรรม/บริหารธุรกิจ

2.1  สาขาวิชาพาณิชยการแบ่งออกเป็น  สาขางานการบัญชี  การขาย  การเลขานุการ  คอมพิวเตอร์ธุรกิจ  ธุรกิจค้าปลีก  ธุรกิจสถานพยาบาล  การประชาสัมพันธ์  ภาษาต่างประเทศ  งานสำนักงานสำหรับผู้พิการทางสายตา

2.2  สาขาวิชาธุรกิจบริการ  แบ่งออกเป็น  สาขางานการจัดการความปลอดภัย  การจัดการความสะอาด

3.  ประเภทวิชาศิลปกรรม

3.1  สาขาวิชาศิลปกรรมแบ่งออกเป็น  สาขางาน  วิจิตรศิลป์  การออกแบบ  ศิลปหัตถกรรม  อุตสาหกรรมเครื่องหนัง  เครื่องเคลือบดินเผา  เทคโนโลยีการถ่ายภาพฯ  เครื่องประดับอัญมณี  ช่างทองหลวง  เทคโนโลยีศิลปกรรม  การพิมพ์สกรีน  คอมพิวเตอร์กราฟิก  ศิลปหัตกรรมโลหะ  รูปพรรณและเครื่องประดับ  ดนตรีสากล  เทคโนโลยีนิเทศศิลป์  ช่างทันตกรรม

4.  ประเภทวิชาคหกรรม

4.1  สาขาวิชาผ้าและเครื่องแต่งกายแบ่งออกเป็น  สาขางาน  ผลิตและตกแต่งสิ่งทอออกแบบเสื้อผ้า  ตัดเย็บเสื้อผ้า  อุตสาหกรรมเสื้อผ้า  ธุรกิจเสื้อผ้า

4.2  สาขาวิชาอาหารและโภชนาการแบ่งออกเป็น  สาขางาน  อาหารและโภชนาการ  แปรรูปอาหาร

4.3  สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์แบ่งออกเป็น  สาขางาน  คหกรรมการผลิต  คหกรรมการบริการ  ธุรกิจคหกรรม  คหกรรมเพื่อการโรงแรม

4.4  สาขาวิชาเสริมสวยแบ่งออกเป็น  สาขางานเสริมสวย

5.  ประเภทวิชาเกษตรกรรม

5.1  สาขาวิชาเกษตรศาสตร์แบ่งออกเป็น  สาขางาน  พืชศาสตร์  สัตวศาสตร์  อุตสาหกรรมเกษตร  ช่างเกษตร  เกษตรทั่วไป  การประมง

 

6.  ประเภทวิชาประมง

6.1  สาขาวิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

6.2  สาขาวิชาแปรรูปสัตว์น้ำ  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  แปรรูปสัตว์น้ำ  การผลิตซูริมิ  และผลิตภัณฑ์

6.3  สาขาวิชาประมงทะเล  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  ประมงทะเล

 

7.  ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

7.1  สาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  การโรงแรม  การท่องเที่ยว

 

8.  ประเภทวิชาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

8.1  สาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งทอ   แบ่งออกเป็น  สาขางาน  เทคโนโลยีสิ่งทอ

8.2  สาขาวิชาเคมีสิ่งทอ  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  เคมีสิ่งทอ

8.3  สาขาวิชาอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป

9. ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

9.1  สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  เทคโนโลยีสารสนเทศ

9.2  สาขาวิชาเทคโนโลยีระบบเสียง  แบ่งออกเป็น  สาขางาน  เทคโนโลยีระบบเสียง

 

10. หลักสูตรประกาศนียบัตรครูเทคนิคชั้นสูง

10.1  สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  วิชาเอก  คอมพิวเตอร์ธุรกิจ

10.2  สาขาวิชาเครื่องกล  วิชาเอก  เทคนิคช่างยนต์

10.3  สาขาวิชาเทคนิคการผลิต  วิชาเอก  เชื่อมและประสาน

10.4  สาขาวิชาโยธา  วิชาเอก  เทคนิคโยธา

10.5  สาขาวิชาไฟฟ้า  วิชาเอก  เทคนิคไฟฟ้ากำลัง

10.6  สาขาวิชาไฟฟ้า  วิชาการเอก  เทคนิคไฟฟ้าสื่อสาร

 

การศึกษาต่อด้านอื่นๆ

นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  แล้วมีทางเลือกในการศึกษาต่อนอกเหนือจากการศึกษาสายสามัญในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  หรือสายอาชีพในโรงเรียนอาชีวศึกษา  ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  สามารถศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาต่างๆ  เช่น  โรงเรียนเตรียมทหาร  โรงเรียนจ่าอากาศ  โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ  วิทยาลัยนาฏศิลป์  วิทยาลัยในวังชาย  วิทยาลัยในวังหญิง  โรงเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  เป็นต้น

ข้อคิดในการเลือกทางศึกษาต่อ

 

1.  การสำรวจตนเอง

หมายถึงการมองตนเองอย่างรู้จักและเข้าใจตนเองในทุกแง่ทุกมุม  และยอมรับในข้อดีและข้อบกพร่องของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ  คือ

1.1  อุปนิสัยลักษณะบุคลิกภาค  คือ  ลักษณะและคุณสมบัติทั้งทางร่างกายและจิตใจ  ได้แก่ รูปร่าง  หน้าตา  กิริยาท่าทาง  การแสดงออก  อารมณ์  น้ำเสียง  การพูดจา  ไหวพริบ  ความเชื่อมั่น  รวมทั้งต้องรู้จักความสามารถพิเศษ  ความถนัด ความสนใจ  และค่านิยมของตนเองด้วย

การค้นพบตัวเองในเรื่องต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้มีวิธีการมากมาย  วิธีที่ง่ายและไม่เสียเวลามาก  ได้แก่  การทำแบบทดสอบต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งแบบทดสอบความสนใจ  ความถนัด  ค่านิยมและบุคลิกภาพ  ซึ่งในเรื่องการทำแบบทดสอบนี้นักเรียนอาจขอคำแนะนำจากอาจารย์แนะนำในโรงเรียนได้

สำหรับนักเรียนที่สนใจจะเรียนต่อในสายอาชีวศึกษานั้นขอแนะนำข้อคิดเกี่ยวกับอุปนิสัยและบุคลิกภาพดังนี้

-  สายวิชาทางช่างอุตสาหกรรม  ควรเป็นผู้ที่สนใจ  และชอบทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือ  เครื่องจักร  ตรงไปตะรางมา  ประหยัด  ไม่รังเกียจความเปรอะเปื้อน  ไหวพริบดี  มีความรับผิดชอบ  มีบุคลิกที่มีขัดต่ออาชีพช่าง  เช่น  ตาบอดสี  ควรมีพื้นความรู้ที่มีทางคณิตศาสตร์  และวิทยาศาสตร์

-  สายวิชาทางเกษตรกรรม  ผู้สนใจควรมีนิสัยสนใจธรรมชาติ  การเพาะปลูก  ชอบเลี้ยงสัตว์  ชอบความอิสระ  อดทน  เช่น  ตรงเวลา  รอบคอบ  ชอบค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับงานทางเกษตร  สุขภาพแข็งแรง  ไม่รังเกียจความสกปรก  ใจเย็น  ซื่อสัตว์ต่อวิชาชีพ  รู้จักแก้ปัญหาให้ทันเหตุการณ์

-  สายวิชาทางพาณิชยกรรม  ควรเป็นผู้ที่สนใจและชอบคณิตศาสตร์บ้าง  สนุกสนาน  และสนใจในการทำงานกับตัวเลข  ละเอียด  ยุติธรรม  เป็นผู้ฟ้งที่ดี  ความจำดี  ทำตามระเบียบแบบแผน  และควรสนใจภาษาอังกฤษ

-  สายวิชาทางคหกรรม  ควรเป็นผู้ที่ชอบความสวยงาม  ชอบประดิษฐ์สิ่งต่างๆ  ด้วยมือตนเอง  อดทน  มีความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์งาน  สภาพ   รักความสะอาด  มีบุคลิกไม่ขัดต่ออาชีพ

-  สายวิชาทางศิลปกรรม  เป็นผู้ที่ชอบงานศิลปะ  มีแววศิลปิน  มีอารมณ์สุนทรีย์  รักธรรมชาติ  และความเป็นอิสระ  มีโลกทัศน์ส่วนตัว  อ่อนไหวง่าย  มีประสาทคล่องแคล่ว  ว่องไว  มีความคิดสร้างสรรค์

1.2  สติปัญญา  หมายถึง  ความสามารถในการคิดค้น  หาเหตุผล  วิเคราะห์  สังเคราะห์  สื่อความหมาย  หรือแสดงออกให้ผู้อื่นเข้าใจ  ซึ่งจะทราบได้โดยการผลการเรียนที่ผ่านมา

1.3  สุขภาพ  ได้แก่  ความแข็งแรง  อ่อนแอ  โรคประจำตัว  ความสูง  น้ำหนัก  ความผิดปกติของสายตา  หรือความพิการในอวัยวะบางส่วนของร่างกาย  ฯลฯ  ซึ่งบางสาขาวิชาได้มีการกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่จะเข้าศึกษาไว้  เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหา  อุปสรรคในการศึกษาและในการประกอบอาชีพ

1.3  สุขภาพ  ได้แก่  ความแข็งแรง  อ่อนแอ  โรคประจำตัว  ความสูง  น้ำหนัก  ความผิดปกติของสายตา  หรือความพิการในอวัยวะบางส่วนของร่างกาย  ฯลฯ  ซึ่งบางสาขาวิชาได้มีการกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่จะเข้าศึกษาไว้  เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหา  อุปสรรคในการศึกษาและในการประกอบอาชีพ

1.4  เป้าหมายชีวิตและความคาดหวัง  คือ  ต้องการมีชีวิตการงานที่มั่นคง  มีความก้าวหน้า  มีรายได้ดี  มีเกียรติยศชื่อเสียง  รับใช้สังคม  ความคาดหวังจะเป็นแรงจูงใจให้บุคคล  มีความมานะพยายามไปสู่เป้าหมายได้

1.5  สภาพเศรษฐกิจทางบ้าน  การศึกษาในระดับสูงขึ้นนั้น  มีความจำเป็นที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษามากขึ้น  เพราะผู้ที่จะเข้าศึกษาบางสาขาวิชาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์  หรือแม้แต่ค่าตำรับตำรา  ดังนั้นผู้ที่จะศึกษาต่อควรตะหนักในเรื่องนี้ด้วย

 

2.  สำรวจโลกอาชีพ

สำรวจโลกอาชีพของสาขาวิชาที่จะเลือกศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการทำงาน  ความก้าวหน้า  แนวโน้มตลาดแรงงาน  ความต้องการกำลังคนทั้งในปัจจุบันและอนาคต  รวมทั้งสำรวจว่าอาชีพนั้นตรงกับความต้องการและบุคลิกภาพของตนมากที่สุดด้วย

 

3.  สำรวจโลกการศึกษา

คือการแสวงหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการศึกษาทั้งในด้านระบบการศึกษา  หลักสูตรการจัดการศึกษา  สถานที่ตั้งของสถานศึกษา  วิธีการรับเข้าศึกษา  คุณสมบัติเฉพาะขอแต่ละสาขาค่าใช้จ่ายในการศึกษา  บริการและสวัสดิการ  รวมทั้งวุฒิการศึกษาที่ได้รับเมื่อสำเร็จการศึกษา

 

 

 

Comments are closed.