Breaking News

ติดเกมส์ขั้นลงแดง…จนเกือบเสียอนาคต

“เกมส์” เป็นเหมือนดาบสองคม ถ้าหากเล่นเกมส์ที่เหมาะสม และในเวลาที่พอดี ก็จะให้คุณประโยชน์มากมาย ทั้งพัฒนาสมอง ช่วยกระตุ้นความจำ ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินถือว่าเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าหากเล่นมากเกินความจำเป็น ก็จะส่งผลกระทบมากมายเช่นกันดังเช่นเรื่องราวของ คุณเคี้ยง เอกภพ คุณากรไพบูลย์ศิริ หนุ่มที่ติดเกมส์จนเสียผู้เสียคน จากอนาคตที่เป็นความหวังของบ้านก็กลายเป็นคนที่หวังพึ่งอะไรไม่ได้… และต้องจมอยู่กับความทุกข์ของคนในครอบครัวนานนับ 7 ปี ในวันนี้เราก็ขอนำเรื่องราวของคุณเคี้ยง ที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ครั้งนี้ ผ่านรายการตีสิบ (7 สิงหาคม) ให้เราได้รับชมกัน

เผยชีวิตหนุ่มติดเกมส์ขั้นลงแดง…จนเกือบเสียอนาคต

โดยคุณเคี้ยง หนุ่มหน้าตาดี วัย 30 ปี เล่าให้ฟังว่า… ตนเล่นเกมส์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยคุณพ่อเป็นคนซื้อตู้เกมส์เอามาไว้ในบ้าน แต่ก็เล่นตามประสาเด็กคือไม่ได้ติดอะไรมาก เล่นเพื่อความผ่อนคลาย และใช้ฝึกสมอง ส่วนการติดเกมส์อย่างจริง ๆ จัง ๆ นั้น เริ่มตั้งแต่ตอนที่ตนไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในช่วงมหาวิทยาลัย ตอนแรกตนไปก็ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ สภาพแวดล้อมนั้นไม่มีเพื่อนคนไหนติดเกมส์เลย จนกระทั่งไปเจอเพื่อนคนหนึ่งที่เขาชอบเล่นเกมส์ ซึ่งเป็นเกมส์ที่ตนชอบเล่น และเล่นเป็นประจำมาก่อนหน้านี้ จึงขอเขาเล่น จากนั้นก็สนิทกันมากขึ้น วัน ๆ ก็ไปหาเขาไปขอเขาเล่นจนกลายเป็นติดเกมส์ไม่รู้ตัว…

สำหรับเกมส์ที่เขาติดนั้นเป็นเกมส์วางแผนและต่อสู้ ซึ่งออนไลน์สู้กับคนทั่วโลก มันเลยเพิ่มความท้าทายที่จะเอาชนะเข้าไปอีก แถมยังมีห้องสำหรับสนทนาเลยทำให้เรามีโลกอีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกแห่งเกมส์ ส่วนเกมส์นี้ คุณเคี้ยงบอกว่า เขาต้องการเล่นเพื่อเอาชนะเฉย ๆ ไม่ได้มีการพนันอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ก็กลายเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ เมื่อคุณเคี้ยงเล่นจนลืมที่จะเรียน ความฝันที่ครอบครัวอยากให้ลูกชายเรียนจบวิศวะจากประเทศอังกฤษเริ่มริบหรี่ลง เนื่องจากคุณเคี้ยงไม่เข้าเรียนเลย และมีอาการติดเกมส์อย่างหนัก จนถึงขั้นลงแดง หลับตาก็จะเห็นมอนสเตอร์ในเกมส์ ในหัวก็นึกถึงวิธีวางแผนที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้อย่างเดียว เรียกได้ว่าโฟกัสอยู่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น

ส่วนทางบ้านคุณเคี้ยงตอนแรกก็ไม่รู้ เพราะคุณเคี้ยงก็ไม่ได้อยากให้รู้อยู่แล้ว… จนกระทั่งเมื่อการเรียนของคุณเคี้ยงเริ่มตก จนทางอาจารย์ได้ติดต่อไปยังทางบ้านและแจ้งว่า คุณเคี้ยงการเรียนแย่ และไม่มาเรียนเลยทำให้คุณแม่ตกใจมาก โดยคุณเคี้ยงกล่าวว่า ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าทำให้ครอบครัวผิดหวัง มันเหมือนมีฝ่ายอธรรมกับธรรมะค้านกันอยู่ในหัว คิดตลอดว่าอยากเลิกเล่น แต่ก็ไม่สามารถชนะมารตัวโต ๆ ที่อยู่ในหัวได้ ก่อนสอบครั้งหนึ่งมีหนังสือกองเป็นตั้ง ๆ คุณเคี้ยงก็ตั้งใจแล้วว่าจะอ่าน แต่ในที่สุดสองเดือนก่อนสอบ ก็เล่นเกมส์ทั้งวันทั้งคืนเหมือนเดิม

คุณเคี้ยงเล่าต่อว่า ด้านคุณแม่ก็เห็นท่าไม่ค่อยดีเลยบินมาหาที่อังกฤษ โดยการติดต่อกับกระทรวงต่างประเทศ และตามหาจนรู้ว่าตนพักอาศัยอยู่หอไหน พอตามตนเจอปุ๊บ ก็ขึ้นไปบนห้อง เมื่อเปิดห้องมาคุณแม่ก็โมโหมาก เพราะสภาพห้องของตนไม่ต่างอะไรจากรังหนู ที่ทั้งรก ทั้งเหม็น…

“แม่ถามผมว่า อยู่ไปได้อย่างไรในห้องสภาพแบบนี้ ทุกอย่างกระจัดกระจายเต็มไปหมด ที่นอน หมอน ผ้าห่ม เลอะเทอะไปหมด ส่วนตัวผมเคยไม่อาบน้ำสระผมนานสูงสุดถึง 7 วัน แต่อาจจะมีแปรงฟันบ้าง (หัวเราะ) ตอนนั้นผมโฟกัสแค่ว่า ขอมีชีวิตเพื่ออยู่เล่นเกมส์ต่อก็พอ ส่วนเรื่องอดหลับอดนอนเพื่อเล่นเกมส์นั้น ผมเคยเล่นติด ๆ กันสามวันแบบไม่ลุกไปไหน เวลาหิวก็สั่งพวกจังก์ฟู้ดมากิน พิซซ่า ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ อะไรที่กินง่าย ๆ เร็ว ๆ ” คุณเคี้ยง กล่าว

คุณเคี้ยงกล่าวต่อว่า หลังจากที่คุณแม่เห็นสภาพห้องก็ประกาศเลยว่า จะไม่นอนด้วยเด็ดขาด และให้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น โดยคุณแม่พาตนไปนอนโรงแรมด้วยกันประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าจะรู้สึกผิด แต่พอจังหวะที่แม่ออกไปซื้อของตนก็แอบไปเล่นเกมส์จนได้

“ตอนนั้นเราอยากเล่นเกมส์อย่างเดียว ถ้าถามว่าอยากเลิกไหม คืออยากเลิกมาก แต่มันทำไม่ได้ และไม่คิดว่าตัวเองติดเกมส์ สำหรับอานุภาพของเกมส์ที่ทำให้ผมติดได้ขนาดนี้ ด้วยความที่ว่าผมเป็นคนอยากเอาชนะอยู่แล้ว และชอบต่อสู้ อีกอย่างในโลกของเกมส์ ผมเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีแต่คนรู้จัก เป็นเบอร์หนึ่งขั้นเทพที่ใคร ๆ ก็ยอมรับ และเล่นชนะทุกคนในมหาวิทยาลัย เอาชนะคนเล่นเกมส์ขั้นเซียนจากเกาหลีใต้ จากคนที่อยู่อันดับ 20 สามารถขึ้นนำพวกเขาจนเป็นอันดับ 1 ด้วยการทุ่มเทหาวิธีการที่เอาชนะอยู่หลายเดือนเลย” คุณเคี้ยง กล่าว

ในที่สุดความฝันของครอบครัวที่อยากให้คุณเคี้ยงเรียนจบเป็นนักเรียนนอกก็ต้องถูกพับลง เพราะคุณแม่และคุณพ่อตัดสินใจว่า ต้องพาลูกกลับประเทศไทยเพราะกลัวกู่ไม่กลับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่สามารถทำให้คุณเคี้ยงเลิกเล่นเกมส์ได้ แถมยังติดหนักมากขึ้นกว่าเดิม โดยคุณเคี้ยงเล่าว่า ตอนที่อยู่อังกฤษตนคิดว่าเป็นเซียนขั้นสุดแล้ว แต่กลับมาที่ไทยมันมีคนเก่งและเทพมากกว่าตนเต็มไปหมดเลย คราวนี้ก็ยิ่งเพิ่มไฟในการเอาชนะ นั่งหาวิธีบุกสู้ ฝึกฝนและวางแผน กลายเป็นว่าโฟกัสเรื่องนี้มากขึ้นกว่าเดิม

และในระหว่างที่คุณเคี้ยงทำทุกวิธีเพื่อจะเล่นเกมส์ชนะ ขณะเดียวกันทางคุณพ่อและคุณแม่ของคุณเคี้ยงก็ทำทุกวิถีทางเหมือนกันที่จะทำให้คุณเคี้ยงเลิกเล่นเกมส์ โดยคุณเคี้ยงเล่าต่อว่า ตนเล่นเกมส์ทั้งวันทั้งคืน บ้างก็นอนเล่นบ้าง ส่วนคุณพ่อก็หาวิธีที่ทำให้ตนผละออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยการพาไปเที่ยวต่างจังหวัดซึ่งแต่ละครั้งก็ไปนาน ๆ … ตอนนั้นตนรู้สึกเลยว่าอาการเหมือนจะลงแดงมันเป็นอย่างไร พอกลับบ้านมาเพียงแค่ตนเห็นคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ก็มือไม้สั่น อยากจะเล่นจนใจจะขาด ด้านคุณพ่อก็พยายามใช้ทั้งไม้แข็งไม้อ่อน แต่ก็ไม่ได้ผล โดยบอกกับตนว่า พ่อหมดเงินไปหลายล้านเพื่ออยากให้ลูกเรียนจบ แต่ก็มาติดเกมส์ขยะพวกนี้…

คุณเคี้ยง เล่าอีกว่า สรุปคุณพ่อก็ห้ามเอาคอมพิวเตอร์ไว้ในห้อง ให้ตั้งไว้กลางบ้านเลย ถ้าเล่นก็จะได้มีคนเห็น ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการควบคุมตัวไม่ได้ของตน คือ น้องที่บ้านเขาต้องการใช้คอมฯ ด้วย เพราะจะต้องทำงาน แต่ตนกำลังติดพันกับการต่อสู้อยู่ จึงบอกไปว่าขออีก 20 นาที พอครบ 20 นาที น้องก็เดินมาแต่ตนก็ยังเล่นไม่เสร็จ เพราะกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม แล้วจู่ ๆ น้องเขาก็มาดึงปลั๊กคอมฯ ออก อะไรที่ตนต่อสู้มามันหายไปกลางคัน ตนเลยโมโหมาก จึงทุ่มหน้าจอลงกับพื้นแบบควบคุมอารมณ์อะไรไม่ได้เลย

จากเหตุการณ์นั้น คุณพ่อก็ได้วางเงื่อนไขบางอย่าง โดยบอกคุณเคี้ยงว่า ถ้าเดือนไหนคุณเคี้ยงเลิกเล่นเกมส์ได้ ก็จะให้เงินเดือนเป็นสองเท่า ส่วนเดือนไหนเลิกไม่ได้ก็จะไม่ให้สักบาท ซึ่งคุณเคี้ยงก็ตอบตกลง และสามารถทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง จนหลัง ๆ เริ่มติดเกมส์อย่างหนัก และเริ่มไม่มีเงิน ด้านคุณพ่อก็ยึดรถ เลยเพียรพยายามหาทางไปจนได้ ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน ต่อมาก็โดนยึด ตนเลยเปลี่ยนวิธีเป็นนั่งรถเมล์ บ้างก็เดิน ถ้าหิวก็ค่อยกลับมากินข้าวบ้าน

“ตอนนั้นผมอายุ 23 ที่ร้านเกมส์มีผมคนเดียวที่ตัวโต ส่วนทางบ้านก็เริ่มเครียดหนัก สั่งปริ้นท์รูปผมติดทุกร้านเกมส์ บอกไม่ให้ผมเล่น แถมยังจ้างสปายเป็นแม่ค้าแถว ๆ นั้น ถ้าเจอผมให้ตามตัวกลับทันที มีอยู่ครั้งหนึ่งผมขับรถไปสยาม ซึ่งสยามอย่างที่รู้ ๆ กันคือมันกว้างมาก จอดรถที่ไหนยังไง มันค่อนข้างหายาก แต่อาอี๊ของผมตามเจอ และอยู่เฝ้าจนเจอผม”

คุณเคี้ยงเล่าต่อว่า ทุกคนในบ้านหนักใจกับตนมาก ๆ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าบางครั้งก็นอนจับมือกับคุณแม่แล้วก็ร้องไห้ เพราะอยากให้เราเลิกเล่นเกมส์ ส่วนเหตุการณ์ที่ตนจำไม่ลืมและรู้สึกผิดมาก ๆ ก็คือ คุณพ่อเดินเข้ามาหาตน แต่สมองตนเบลอไปหมด แล้วคุณพ่อก็พยายามเข้ามาเหมือนจะกอด ด้วยความที่ตนไม่อยากให้ใครโดนตัว ไม่อยากให้มายุ่ง เลยผลักคุณพ่อล้มลงไปกับพื้น หัวกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ตอนนั้นตนก็มองตามรถโรงพยาบาล และคิดต่อไปว่าถ้าหากคุณพ่อตนตายจะทำอย่างไร…

หลังจากนั้น คุณเคี้ยงก็เริ่มคิดได้ และคุณพ่อก็ให้ทางเลือกตนสองทาง คือ ทางเลือกที่ 1 ไม่มีความรู้ และกลายเป็นกรรมกรเงินเดือน 200 บาท ทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดเย็น กับทางเลือกที่ 2 ตั้งใจเรียน ถือว่าครอบครัวเราโชคดีขนาดไหนที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่ต้องลำบาก เพียงแค่ตนเรียน แล้วก็มานั่งตำแหน่งของคุณพ่อ แต่ถ้าไม่เรียนสมบัติที่คุณพ่อสร้าง พ่อไม่ให้ตนสักบาท มันทำให้ตนฉุกคิดว่าดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้

ติดเกมส์ขั้นลงแดง3

สุดท้าย จากการลดละเลิก และหันหน้ามาเรียนหนังสือพร้อมกับทำงาน ทำให้คุณเคี้ยงเริ่มเห็นค่าของเวลามากขึ้น จากแต่ก่อนเล่นเกมส์เป็นวัน ๆ ไม่ได้อะไรขึ้นมา ตอนนี้ทำงานมีอะไรหลายอย่างที่ต้องคิด ทุก ๆ อย่างก็ค่อย ๆ เบนจุดโฟกัสไปเรื่องอื่นแทน นอกจากนี้คุณเคี้ยงยังได้ออกกำลังกาย เข้าฟิตเนสจนมีหุ่นที่ดีสมส่วน เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว จากเดิมที่น้ำหนัก 97 กิโลกรัม จนลดลงมาเหลือเพียง 58 กิโลกรัม ส่วนครอบครัวก็มีความสุขและดีใจที่คุณเคี้ยงกลับตัวได้ ไม่ติดเกมส์เช่นเดิม

คุณเคี้ยงกล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้มานั่งเล่นเกมส์ก็จะเห็นว่า เล่นไปมันไม่ได้อะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ไอโฟน ไอแพด หรือเกมส์ออนไลน์ ซึ่งตนเลิกเล่นอย่างเด็ดขาดแล้ว 2 ปี แล้วชีวิตก็ดีขึ้นตามลำดับ (ยิ้ม) … และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวของคนที่เคยติดเกมส์แบบหนัก ๆ ซึ่ง กระปุกดอทคอมหวังว่าเรื่องราวของคุณเคี้ยงน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลาย ๆ คนได้เลยทีเดียวค่ะ

Comments are closed.